เพลงจากสุภาษิต คำพังเพย ที่ให้สัจจธรรมแห่งชีวิต และคติสอนใจ - บทความทั่วๆไป ประวัตินักร้อง นักแต่ง นักดนตรี - เว็บบอร์ด แม่ไม้เพลงไทย - Powered by Discuz!
สั่งพิมพ์

เพลงจากสุภาษิต คำพังเพย ที่ให้สัจจธรรมแห่งชีวิต และคติสอนใจ

          รักกันอยู่ขอบฟ้าเขาเขียว
          เสมือนอยู่หอแห่งเดียวร่วมห้อง
          ชังกันบ่แลเหลียวตาต่อกันนา
          เสมือนขอบฟ้ามาป้องป่าไม้มาบัง

"คนรักกันถึงอยู่ห่างไกลกันคนละสุดขอบฟ้า ก็เหมือนอยู่ใกล้ชิดกัน แต่คนเกลียดกัน ไม่จริงใจต่อกัน ถึงอยู่ใกล้ชิดกัน เห็นกัน ก็เหมือนอยู่คนละโลก"



เพลง...รักข้ามขอบฟ้า

คำร้อง /ทำนอง ครูสง่า อารัมภีร์
ฃรินทร์ นันทนาคร ขับร้อง


รักกันอยู่ขอบฟ้าเขาเขียว
เสมือนอยู่หอแห่งเดียวร่วมห้อง
ชังกันบ่แลเหลียวตาต่อกันนา
เสมือนขอบฟ้ามาป้องป่าไม้มาบัง

รักกันอยู่ข้ามขอบฟ้า
ส่งใจมาแจ่มจีรัง
เขาเขียวป่าเปลี่ยวบัง
เสมือนห้องครองรักเดียว

ชังกันผันพักตร์แล้ว
เนตรงามแผ้วหรือแลเหลียว
โอ้ฟ้าป่าทิวเทียว
มาพรากให้ไกลจากกัน



[ แก้ไขล่าสุด jareporn13 เมื่อ 2009-5-3 17:58 ]

TOP

ศึกในอก  หมายถึง  ความรู้สึกในใจที่ต้องเอาชนะข่มใจตัวเองอยู่ตลอดเวลา
ความทุกข์ยากที่เก็บอัดอั้นหรือสุมอยู่ในใจโดยยังไม่สามารถแก้ไขให้ลุล่วงไปได้



เพลง...ศึกในอก

คำร้อง สุรัฐ พุกกะเวส/ทำนอง เอื้อ สุนทรสนาน      
สุนทราภรณ์  ขับร้อง


เมื่อยามรักเลือนไกลสุดใคร่หาใดแทน
ศึกอื่นหมื่นแสนหรือจักแม้นศึกหัวใจ
ความกลัดกลุ้มรุ่มร้อน จักกินหรือนอนร้องไห้
ร้อนแทบจักขาดใจ สุดเปรียบอันใด กลั้นไว้เต็มทน

ไม่มีสัมพันธ์ใด เปรียบได้น้ำใจคน
ทะเลนั้นลึกล้น ก็ไม่พ้นหยั่งได้
แต่ใจของนวลนาง ไม่รู้จะหยั่งอย่างไร
เปรียบเทียบน้ำใจใคร สุดเปรียบฉันใด วานบอกให้ชื่นชวน

คร่ำครวญเพราะนวลนาง จืดจางเพาะนางครวญ
ยิ่งครวญยิ่งใจหวน ยิ่งล้วนชวนให้ตรม
ยามเมื่นจันทร์แจ่มฟ้า ยิ่งพาน้ำตาพร่างพรม
ฟ้ามีจันทร์ให้ชม แต่เราต้องตรมคู่สมเลือนมา

เฝ้าห่วงรักลวงเลือน เด่นเดือนนั้นเตือนตา
จะคอยอยู่ชั่วฟ้า เฝ้าใฝ่หาคู่ชื่น
ได้แต่หวนอาลัย รักก็ไม่เยือนคืน
โศกจนเหลือทนกลืน ทุกค่ำทุกคืนคอยคู่ชื่นคืนมา  

TOP

บาปบุญ หมายถึง เป็นเรื่องของมนุษย์ที่เป็นธรรมชาติของการทำความดี เมื่อมนุษย์เราทำความดีแล้ว มนุษย์ก็จะมีความสุข บุญก็คือความดี  บาปก็คือความชั่ว เมื่อทำบาปแล้ว ทำให้มนุษย์เกิดทุกข์  บาปบุญคุณโทษ



เพลง...บาปบุญมีจริง

คำร้อง พรพิรุณ/ทำนอง สุริน สุนทร      
ศรีสุดา รัชตะวรรณ , ภรพรรณ นันทพร  ขับร้อง


ทางชีวิตของคน
ผลัดเปลี่ยนเวียนวนดูสับสนทุกอย่าง
บ้างขื่นขมตรอมตรมอำพราง
จนวายวางไม่จืดจางสักหน

บ้างสุขล้ำโชคนำดาลดล
กลายเป็นคนที่ร่ำรวยล้ำค่า
ทุกวันมีสุขไม่เคยทุกข์สักครา
เอิบอิ่มยิ้มแย้มร่ายิ่งกว่าใครใคร

ผลบุญหนุนส่งให้ดำรงสดใส
มุ่งหวังสิ่งใดได้ดั่งจิตทุกครา
คนรวยล้ำสำราญ
อยู่เมื่อวันวานยิ่งกลับพานเสียท่า

สิ้นกุศลผลบุญนำพา
ทางชีวาก็กลับเปลี่ยนเวียนไป
กลับเกิดทุกข์ระทมดวงใจ
กรรมคือไฟเผามอดไปทุกอย่าง

ไร้สิ้นความสุขสิ้นสนุกจืดจาง
บาปเก่าเผาหนทางระหว่างชีวี
เหมือนดังเรือล่มด้วยคลื่นลมโจมตี
บาปเคราะห์ที่มีพาชีพพลีผันแปร

ทางชีวิตทุกคน
ยากดีมีจนเอาอะไรไหนแน่
สุขและทุกข์ทุกวันปรวนแปร
มันปรวนแปรตามแต่คลื่นแห่งกรรม

อดีตโพ้นผลบุญเคยทำ
เคยระกำยังกลับนำแสนสุข
ผลบุญปางเก่าช่วยปัดเป่าความทุกข์
หมดบาปเคล้าเร้ารุกก็สุขสราญ

ผลบุญนำให้สุขหทัยเบิกบาน
สิ้นทุกข์สุขปราณครองสุขนั้นสมใจ
ทางชีวิตเคล้าเจือ
บาปกรรมมันเฝือท่านจะเชื่อหรือไม่

ใฝ่สุขสันต์นิรันดร์ปานใด
ทำกายใจให้อยู่ในกุศล
เร่งสะสมการบุญอำพน
คงดาลดลให้สุขสมแท้ยิ่ง

นรกมีแน่และสวรรค์ก็จริง
เตือนใจไว้ท้วงติงจะนิ่งอยู่ไย
ผลบุญควรสร้างบุกเบิกทางเข้าไว้
ชีพลับเมื่อใดไปสวรรค์ชั้นพรหม

TOP

ท่าน้ำ ในเพลงนี้หมายถึง "สถานที่" ที่รับใช้สำหรับคนที่สัญจรไป-มาทางน้ำ เป็นสิ่งสำคัญที่ "คนทั่วไป" มักไม่เห็นคุณค่ายามเมื่อได้มาใช้สัญจร คิดไปก็เหมือนคนที่เคยมีความสำคัญ จะไม่มีใครเห็นคุณค่า เมื่อไม่มี "ประโยชน์" แล้วเช่นกัน

เพลง...ท่าน้ำ

คำร้อง ธาตรี ทำนอง เอื้อ สุนทรสนาน
บุษยา รังษี ขับร้อง


อันความลำเค็ญที่เป็นท่าน้ำ
คิดดูก็กรรมสุดจะช้ำจำใจทน
ต้องรอสนองรับรองผู้คน
ให้ข้ามพ้นทางธารา

บ่ายเย็นค่ำเช้าเขามาพึ่งเรา
ก็ยามเขารอนาวา
เหยียบเราขึ้นลงพะวงอุรา
ปราถนาเพียงเสบย

เขา ลืม เลือนเรา
พอเขาผ่านไป มิเคยสนใจอาลัยเลย
ถึง คราว จำเป็น จึงเห็นค่าเอ่ย
ใช้เราเหมือนเคย คนเอยคน

แม้นมีชีวังเหมือนดังปวงชน
จะช้ำกี่หน กี่หนเล่าหนา กี่หนเล่านา
โถใครเหมือนดังท่าน้ำเขาคงแสนระกำดวงกมลเรื่อยมา
เขาเกื้อหนุนคนบนความศรัทธา รางวัลนั่นหนาก็คือท่าน้ำเอย.

TOP

หนามยอกอก หมายถึง คนหรือเหตุการณ์หนึ่งเหตุการณ์ใดที่ทำให้เมื่อนึกถึงแล้ว รู้สึกเหมือนมีอะไรมาทิ่มแทงใจอยู่ในอกตลอดเวลา


เพลง...หนามยอกอก  

คำร้อง แก้ว อัจฉริยะกุล/ทำนอง เวส สุนทรจามร      
มัณฑนา โมรากุล , บุษยา รังสี  ขับร้อง


โอ้กระไรหนออกเอ๋ย
ก่อนไม่เคยช้ำกมล
อยู่ด้วยกันเพียงสองคน
จะยากจะจนก็รักกันไป

อยู่นานไปเขาหน่ายแหนง
พูดเสียดแทงแสลงใจ
พูดกลับกลายได้หลายนัย
จะเชื่อกระไรทำให้อกฉันตรม

นี่หรือ หวานวาจาฉ่ำชื่นรื่นเริงรมย์
มีแต่มาข่มคำคมเสกสรร

นี่แหละเป็นเพราะก้าวถลำ
แต่จะให้ทำไฉนกัน
ได้แต่ทนไปทุกวัน
ทุกสิ่งทุกอันมีแต่แสนจะระกำ

แต่ละคำนั้นสุดแสลง
ช่างเสียดแทงเสียทุกคำ
ยอกอกใจดังหนามตำ
จะจดจะจำที่ทำหยาบหยาม

โอ้ชะรอยไม่ปรารถนา
กล่าววาจาจะหาความ
ได้ฟังคำที่แสนทราม
เขากล่าวประณาม ช้ำชอกยอกอุรา

เชื่อเขาเร้าแสดงแกล้งกลั่นปั้นวาจา
ทนอยู่จนกว่าวิญญาจะผ่องใส

อกมีหนามเข้าไปขวาง
ปักอยู่กลางหว่างหัวใจ
สุดจะทิ้งจะถอนไป
มันปวดอยู่ในดวงใจจนกว่าจะตาย



[ แก้ไขล่าสุด jareporn13 เมื่อ 2009-5-3 18:59 ]

TOP

"คุณพี่พร" เป็นสมาชิกของแม่ไม้เพลงไทยที้มี "กระทู้" ของตัวเองมากที่สุดเลยนะครับเนี่ย
แบบนี้น่ายกย่องให้เป็น  "เจ้าแม่แห่งกระทู้ของเวปบอร์ดนี้ครับผม"



"ข้าน้อยขอคาราวะ...ด้วยภาพนี้ครับผม"
(คงทราบนะครับว่าจากภาพยนตร์เรื่องใด..เพราะไปชมด้วยกันมาถึง 2 รอบเชียวครับผม)

ไฟลล์แนบ

005_resize.jpg (41.4 KB)

2009-5-3 06:22

005_resize.jpg

เซี๊ยะ(นพดล) บางพลี

TOP

คลื่นกระทบฝั่ง  หมายถึง เรื่องราวที่เกิดขึ้นมาอย่างครึกโครม ใหญ่โต แล้วจู่จู่กลับเงียบหายไป



เพลง...คลื่นกระทบฝั่ง


คำร้อง แก้ว อัจฉริยะกุล /ทำนอง ดัดแปลงจากเพลงไทยเดิม
ศรีสุดา รัชตะวรรณ ขับร้อง


ริมทะเลคลื่นซัดน่าฟัง
คลื่นกระจายประดังกระทบฝั่งพลันละลาย
ชลสินธุ์มันดิ้นพราวพราย พอคืนพื้นหาดทราย
ก็ละลายหายไป ด้วยพื้นของทรายดูดลงไปพลัน

น้ำเสียงฟังไกลใกล้
ก้องทั่วไปฤทัยไหวหวั่น
ซ่าแล้วกลืนสิ้นพลัน
แต่แล้วก็พลันซ่ากระจาย

คำผู้ชายง่ายนักจักฟัง
ดุจดังคลื่นประดังกระทบฝั่งละลาย
นานไปก็สิ้นความหมายดั่งคลื่นฝังฝั่งทราย
พูดแล้วเลือนเคลื่อนคลาย สิ้นรักเมื่อปลายสุดที่จะฟัง

น้ำเสียงชายคลายเคลื่อน
แรกสะเทือนเหมือนคลื่นไหลหลั่ง
ครั้นได้ดังหวัง ก็กลับคล้ายคลื่นกระทบฝั่ง
สุดวจีที่จะฟัง สิ้นรักประทังไม่ยั่งยืน



[ แก้ไขล่าสุด jareporn13 เมื่อ 2009-5-4 20:38 ]

TOP

ฝั่งน้ำ  ความหมายในบทเพลงนี้เป็น "สัจธรรมชีวิต" ได้ดีถึงชีวิตคนเราทุกคน ที่ต่างเกิดมาแล้วต้อง "ตาย" กันทุกคน จึงควรหมั่นสร้างความดี กันไว้เถิด เพื่อความสุขกายสบายใจในบั้นปลายชีวิต


เพลง...ฝั่งน้ำ   

คำร้อง ศรีสวัสดิ์ พิจิตรวรการ/ทำนอง เอื้อ สุนทรสนาน
วินัย จุลละบุษปะ ขับร้อง


ครืนครืนซ่า ครืนครืน ซ่าครืน
ครืนครืนซ่า ครืนครืน ซ่าครืน
คลื่นลมเริงริ้วพลิ้วเกลียวเรียวรื่น
ทำเพลงครืนซ่าครืนครื้นคลั่งฝั่งน้ำ
มันเป็นเพลงเดิมเริ่มจังหวะกรรม
เยื้องกรายตามลำนำฝั่งน้ำวนเวียนว่ายไปมา
ทุกคืนมันบรรเลงทุกวันมันวังเวงเคร่งขลังดังมนต์เวทย์ว่า
นิจจังอนิจจา นิจจังอนิจจา โอ้ ยถากรรมชน

โพ้นจินตนาการ สายธารทรมาน
ช่างไหลแรงเชี่ยวเคี่ยวข้น
เหมือนเวรเกณฑ์กรรมคน
ทุกวันมันเวียนวนดิ้นรนเร้าไป

เสียงคลื่นลมโหมฝั่งคราง
น้ำหลากพลางร้างยังสมุทรไทย
พัดความลอยคล้อยไปไกล
สู่ความล่มจมไร้หายไปในเกลียวคลื่น

ชะตากรรมของคนบนฝั่ง
ไม่เคยจีรังยั่งยืน
มีเวลาระเริงรมย์รื่น
ก็มีวันคืนฝืนทุกข์ทนเศร้า
ตราบมนต์ขลังฝั่งน้ำยังร่าย
หญิงชายล้มตายใช้กรรมเก่าเขา

อยู่แต่ตัวเพียงหัวถึงเท้า
ถึงคราคราวเรา เราก็ตายตามกรรม
ยามตัวยังสังวรณ์เถิดชีวา
สังวรณ์คุณค่าฟ้าสูงดินต่ำ
สังวรณ์ว่าโพ้นแดนแคว้นธรรม
พระธรรมยังพร่ำสอนคนทำกรรมดี

TOP

เพลง...นางบุญใจบาป  

คำร้อง แก้ว อัจฉริยะกุล/ทำนอง เอื้อ สุนทรสนาน
วินัย จุลละบุษปะ ขับร้อง


อันนางบุญใจบาป หลายหลากมากมาย     
ผัวเมียเคียงกายใจง่ายมิได้อดสู
ใจเบาเบือนพอผัวลงเรือนไม่อยู่   
คบชายเชิงชู้ทำไปไม่รู้เกรงกลัว

บุญแต่ตัวดวงใจนั้นชั่วรวนเร     
ศีลธรรมกาเม  ลุล่วงใช้เล่ห์หลอกผัว
เลวกระไรโธ่เอ๋ยทรามวัยใจชั่ว     
น้อยหรือมีผัวยอมตัวให้ชูเชยชม

กิริยาไร้ราคี   ใจน่าบัดสี
ไม่รักดีอย่างใคร
ทรามวัยร่านตามชู้ไป  ทอดกายให้ชายภิรมย์     
ให้ชายอื่นชมรูปเริงรมย์ไร้อาย

นางกากีดวงใจไร้ที่แน่นอน     
มิควรอาวรณ์ เพราะจิตของหล่อนบาปหลาย
ใจเลวทรามนรกเวรกรรมทำง่าย     
จิตใจบาปหลาย หมดยางสิ้นอายเลยนา

TOP

เพลง...คน  

คำร้อง/ทำนอง สุรพล โทณะวณิก
สุเทพ วงศ์กำแหง ขับร้อง


ดวงดาววับวาว เคยเด่นพราวยังหล่น
เมฆลอยเบื้องบน ยังตกลงสู่ดิน
หมู่มวลนกกามีปีก หลีกปืนของพรานโผบิน
มะลายร่วงดินลงตาย  

ทะเลลึกมีมวลหมู่ปลามากหมู่
ทั่วบึงหนองคู มวลหมู่ปลามากมาย
ก็ยังไม่วายโดยเบ็ด เด็จชีวิตมันถึงตาย
ละม้ายคล้ายชีวิตคน

มืดมัวเด่นดีเพียงใด ร่ำรวยหรือจนเข็นใจอับจน
ไม่มีวันพ้นความตาย สู่ที่หมายเดียวกัน

เป็นคนทั้งทีควรให้มีประโยชน์
บ้านเมืองของเรา ควรรุ่งโรจน์เท่ากัน
อย่ามัวระเริงความสุข ส่วนตัวเห็นเป็นสำคัญ
ชีวิตคนสั้นนิดเดียว

TOP