ผ่องศรี วรนุช : ราชินีลูกทุ่ง - บทความทั่วๆไป ประวัตินักร้อง นักแต่ง นักดนตรี - เว็บบอร์ด แม่ไม้เพลงไทย - Powered by Discuz!
สั่งพิมพ์

ผ่องศรี วรนุช : ราชินีลูกทุ่ง

ผ่องศรี วรนุช : ราชินีลูกทุ่ง


ผ่องศรี วรนุช - ราชินีลูกทุ่ง



ผ่องศรี วรนุช ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (นักร้องลูกทุ่ง) ประจำปีพุทธศักราช 2535

เมื่อกล่าวถึงนักร้องลูกทุ่งแล้ว คงไม่มีใครปฏิเสธว่า ผ่องศรี วรนุช เป็นยอดแห่งนักร้องลูกทุ่งหญิงในประวัติศาสตร์ของวงการเพลงไทย ที่ประสบความสำเร็จสูงสุดอย่างต่อเนื่องและยาวนานไม่มีใครเทียบได้นับตั้งแต่เข้าสู่วงการเพลงเมื่ออายุเพียง 14 ปี จนถึงปัจจุบัน รวมเป็นเวลาถึง 48 ปี ท่านได้แสดงให้คนทั้งประเทศเห็นถึงความสามารถ จนเป็นที่ยอมรับ และได้สร้างผลงานการขับร้องเพลงอันดีเด่นไว้มากมาย

ผ่องศรี วรนุช เกิดเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน พุทธศักราช 2582 ที่จังหวัดชัยนาท ปัจจุบันอายุ 62 ปี ในวัยเด็ก ได้เรียนหนังสือจนจบชั้นมัธยมปีที่ 3 แต่เนื่องจากฐานะทางบ้านขัดสน จึงจำต้องลาออกจากโรงเรียนเพื่อหางานทำจุนเจือครอบครัว

นับตั้งแต่ เล็ก ๆ ผ่องศรี มีความรักทางด้านการร้องเพลงเป็นพิเศษ ดังนั้น เมื่อสบจังหวะที่ละครเร่คณะของคุณหนู สุวรรณประกาศ ได้เดินสายไปแสดงที่อำเภอมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท ผ่องศรีจึงได้ไปสมัครเพื่อขอทำงานกับคณะละครเร่นี้ ซึ่งคุณหนูก็มองเห็นว่า ผ่องศรี มีหน่วยก้านดีจึงได้เมตตารับไว้ใช้งานทั่วไปในคณะ ในระหว่างนั้น คุณหนูก็ได้ทราบว่าผ่องศรีมีความสนใจในการร้องเพลงเป็นพิเศษ ทั้งยังมีน้ำเสียงที่ดีมาก จึงได้สนับสนุนให้มีโอกาสขึ้นร้องเพลงสลับฉากหน้าม่าน และเล่นเป็นตัวประกอบเป็นครั้งคราว ซึ่งผ่องศรี ก็ได้แสดงความสามารถอย่างโดดเด่น ทั้งยังกระตือรือร้นฝึกฝนการเต้นระบำประกอบเพลงจนแคล่วคล่องเป็นที่พอใจของ คุณหนูเป็นอย่างยิ่ง ทำให้ค่อย ๆ ขยับฐานะจากนักแสดงประกอบ เป็นตัวแสดงที่สำคัญขึ้น และกลายเป็นนางเอกประจำคณะในที่สุด นับเป็นนางเอกที่อายุน้อยที่สุดในคณะ

เมื่อผ่องศรีร่วมงานอยู่กับคณะละครเร่ กับคณะของคุณหนู อยู่ประมาณ 2 ปี คุณวัลลภ วิชชุกร พระเอกประจำคณะก็ได้แนะนำว่าน้ำเสียงดีขนาดนี้น่าจะเข้ากรุงเทพ ฯ เพราะอาจได้มีโอกาสร้องเพลงบันทึกแผ่นเสียง และรับปากว่าจะช่วยพาไปฝากกับครูมงคล อมาตยกุล ครูเพลงผู้โด่งดังในยุคนั้น เมื่อได้ไตร่ตรองอย่างรอบคอบแล้ว ผ่องศรีก็ได้ตัดสินใจกราบลาคุณหนูหัวหน้าคณะ เพื่อไปหาความก้าวหน้าแก่ชีวิตของท่านเอง

เมื่อเดินทางเข้ากรุงเทพ ฯ แล้ว วัลลภ วิชชุกร ก็ได้พา ผ่องศรี ไปหาครูมงคล อมาตยกุล ตามที่ได้รับปากเอาไว้ ซึ่งครูมงคลก็ได้ตกลงรับไว้เป็นศิษย์และได้ให้ขึ้นร้องเพลงตามงานต่าง ๆ เป็นครั้งคราว ทำให้ผ่องศรีมีรายได้เลี้ยงชีพ และสามารถเก็บเล็กผสมน้อยจนได้เงินจำนวนหนึ่ง และได้นำเงินก้อนนี้ไปซื้อเพลง “หัวใจไม่มีใครครอง”  ของ สุรพล พรภักดี (พล พรภักดี) เพื่อบันทึกแผ่นเสียงของตนเองเป็นเพลงแรกในชีวิตเมื่อปี 2498 โดยมี ครูมงคล อมาตยกุล เป็นผู้เรียบเรียงเสียงประสานให้

เมื่อครูสุรพล สมบัติเจริญ ผู้ซึ่งกำลังเป็นนักร้องลูกทุ่งที่โด่งดังที่สุดในยุคนั้นได้ฟังเพลง “หัวใจไม่มีใครครอง” ที่ ผ่องศรีเป็นผู้ขับร้องแล้ว ก็เกิดความประทับใจเป็นอย่างยิ่ง จึงได้ขอให้ ครูสำเนียง ม่วงทอง เขียนเพลง “ไหนว่าไม่ลืม” ให้ ผ่องศรี ร้องบันทึกแผ่นเสียงเพื่อเป็นเพลงแก้กับเพลง “ลืมไม่ลง”  ที่ครูสุรพล ได้ขับร้องเอาไว้แล้วก่อนหน้านั้น ปรากฏว่า เมื่อเพลงนี้ได้ออกเผยแพร่ทางวิทยุแล้วก็ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงยิ่ง ทำให้ ผ่องศรี วรนุช มีชื่อเสียงโด่งดังขึ้นอย่างรวดเร็ว และได้ร้องเพลงกับครูสุรพลอีกหลายเพลง เช่น ครูสุรพลร้องเพลง หนาวจะตายอยู่แล้ว ผ่องศรีร้องแก้ในเพลง หนาวแล้วหรือพี่ ครูสุรพลร้องเพลง ลูกแก้วเมียขวัญ ผ่องศรีร้องแก้ในเพลง อาลัยรัก ครูสุรพลร้องเพลง น้ำตาผัว ผ่องศรีร้องแก้ในเพลง น้ำตาเมียหลวง เป็นต้น

จากนั้นมา นักร้องชายทั้งหลายต่างปรารถนาที่จะได้ร้องเพลงร่วมกับ ผ่องศรี วรนุช ด้วยกันทั้งสิ้น เพราะโอกาสที่เพลงนั้น ๆ จะดังตามเพลงของ ผ่องศรี ไปด้วยมีสูงมาก ทำให้มีนักร้องชายที่โด่งดังเกิดขึ้นในวงการมากมาย

ชีวิตของ ผ่องศรี วรนุช รุ่งโรจน์ขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งในปี 2508  ท่านได้รับรางวัลแผ่นเสียงทองคำพระราชทานเป็นครั้งแรกจากการขับร้องเพลง  “กลับบ้านเถิดพี่” ซึ่งเป็นผลงานการประพันธ์ของ สมโภชน์ ล้ำพงษ์ เมื่อมีชื่อเสียงโด่งดังเต็มที่ และเป็นนักร้องลูกทุ่งหญิงยอดนิยมอันดับ 1 ของเมืองไทยแล้ว ผ่องศรี วรนุช ก็ได้จัดตั้งวงดนตรีลูกทุ่งของตนเองขึ้น และประสบความสำเร็จได้รับการต้อนรับจากประชาชนอย่างอบอุ่นยิ่ง

ภายหลังจากที่ครูสุรพล สมบัติเจริญ ถูกลอบยิงจนเสียชีวิตเมื่อปี 2511 บรรดาสื่อมวลชนทั้งหลายต่างพากันขนานนามเพื่อเป็นเกียรติแก่ยอดศิลปินเพลง ลูกทุ่งผู้วายชนม์ท่านนี้ให้เป็น “ราชาเพลงลูกทุ่ง” และเนื่องจากครูสุรพล สมบัติเจริญ และ ผ่องศรี วรนุช เป็นนักร้องคู่ขวัญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์วงการเพลงลูกทุ่งไทย สื่อมวลชนจึงได้ขนานนามให้ผ่องศรี วรนุช เป็น “ราชินีเพลงลูกทุ่ง” ไปด้วย

นอกจากรางวัลแผ่นเสียงทองคำพระราชทาน ที่ ผ่องศรี วรนุช ได้รับเมื่อปี 2508 แล้ว ท่านยังได้รับรางวัลที่เป็นเครื่องหมายแห่งความสามารถอีกมากมาย อาทิ

- ได้รับรางวัลแผ่นเสียงทองคำพระราชทาน อีกครั้ง จากเพลง “โธ่ผู้ชาย” เมื่อปี 2522
- ได้รับรางวัลเสาอากาศทองคำพระราชทาน 3 ปีซ้อน จากเพลง “กินข้าวกับน้ำพริก” เมื่อปี 2518 เพลง “เขาเมาทุกวัน” เมื่อปี 2519 และเพลงจันทร์อ้อน เมื่อปี 2520 ทำให้ได้รับรางวัลพระราชทานพิเศษจาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในฐานะผู้ชนะเลิศรางวัลเสาอากาศทองคำ 3 ปีซ้อน
- ได้รับรางวัลพระราชทานเนื่องในงานกึ่งศตวรรษเพลงลูกทุ่งไทยครั้งที่ 1 จากเพลง “ไหนว่าไม่ลืม” และครั้งที่ ๒ จากเพลง “ฝากดิน”
- ได้รับการประกาศเกียรติคุณในฐานะนักร้องผู้ใช้ภาษาไทยได้อย่างถูกต้องและชัดเจน เมื่อปี 2534


เมื่อ อายุมากขึ้น ผ่องศรี วรนุช ก็ได้เลิกวงดนตรี และรับงานการแสดงน้อยลง แต่ยังคงออกแสดงในงานสำคัญต่าง ๆ เป็นครั้งคราว ทั้งยังได้ช่วยกิจกรรมการกุศลและสาธารณประโยชน์อย่างสม่ำเสมอ

ผ่องศรี วรนุช นับเป็นผู้ที่ใช้พรสวรรค์ และความสามารถสร้างตนเองมาจากเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ จนประสบความสำเร็จอย่างสุดยอด เป็นนักร้องเพลงลูกทุ่งที่ได้รับความนิยมสูงสุดอย่างต่อเนื่องและยาวนาน มีผลงานเพลงยอดนิยมอันเป็นอมตะนับไม่ถ้วน เป็นนักร้องลูกทุ่งต้นแบบที่นักร้องหญิงรุ่นหลังยึดถือเป็นแบบฉบับ และพยายามเจริญรอยตาม เป็นผู้ที่ได้สร้างนักร้องชายจนมีชื่อเสียงโด่งดังมากมายหลายคน และเป็นศิลปินอาวุโสที่ได้รับความเคารพรักและยกย่องจากบุคคลทั้งในและนอกวง การเพลงโดยทั่วไป จากเกียรติคุณทั้งหมดนี้ ทำให้ท่านได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติให้เป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง(นักร้องลูกทุ่ง) เมื่อปีพุทธศักราช 2535
-----------------------------------------------------------------------
สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ

TOP