JustMakeWeb.com รับทำเว็บไซต์ รับทำเว็บโรงแรม รับทำเว็บขายของ รับทำเว็บบริษัท เว็บสำเร็จรูป รับทำเว็บร้านค้า ออกแบบเว็บไซต์ ใช้งานได้ง่าย รองรับ SEO โปรโมท GOOGLE ให้ติดอันดับได้อย่างรวดเร็ว , ลงโฆษณาฟรี VPS ราคาถูก
รับทำเว็บไซต์
0
สมาชิก
ค้นหาสินค้า
สินค้า
ค้นหาสินค้า


ราคา
-
วิธีการสั่งซื้อสินค้า
facebook
 

รำลึก ครบรอบ 25 ปี พุ่มพวง ดวงจันทร์ "13 มิถุนายน"


Admin
(Admin)
เมื่อ » 2017-06-13 15:24:30 (IP : , ,183.89.215.46 ,, Admin)


13 มิ.ย. เวียนมาบรรจบอีกครั้ง ปีนี้ปี 2560 เท่ากับว่า
'พุ่มพวง ดวงจันทร์' ได้จากไปนานถึง 25ปีแล้ว แต่ผู้คน
ก็ยังรู้สึกอยู่เสมอว่า’เธอยังอยู่ ไม่ได้จากไปไหน'

 

           วันที่ 13 มิ.ย.เวียนมาบรรจบอีกวาระ จากปี2535 มาถึงปีนี้ ปี 2560 
เท่ากับว่า 'พุ่มพวง ดวงจันทร์' ราชินีลูกทุ่งได้จากแฟนเพลงไปนานถึง 25ปีแล้ว
 แต่แม้ว่าเธอจะเสียชีวิตไปนานมากแล้ว แต่มิตรรักแฟนเพลงก็ยังรู้สึกอยู่เสมอว่า
‘เธอยังอยู่ ไม่ได้จากไปไหน' บทเพลงทุกบทเพลงที่ขับร้องเอาไว้ กลายเป็นเพลง
อมตะ ไม่ว่าจะเป็นเพลงที่มีเนื้อหาผิดหวัง เศร้าสร้อยรวมถึงเพลงที่มีเนื้อร้องทำนอง
สนุกสนาน สมกับสมญานามที่เธอได้รับการยกย่องว่า
 ‘ศิลปินเพลงลูกทุ่งมหัศจรรย์‘ และ ‘ราชินีลูกทุ่งตลอดกาล‘

            ‘พุ่มพวง ดวงจันทร์’ เสียชีวิตด้วยโรคเอสแอลอีหรือโรคแพ้ภูมิตัวเอง
เมื่อวันที่ 13 มิ.ย.2535 ในวัย 30 ปีเศษเท่านั้น

             ‘พุ่มพวง’ ชื่อเล่น ‘ผึ้ง’ หรือชื่อจริง ‘รำพึง จิตรหาญ’ 

เกิดเมื่อ 4 ส.ค. 2504 ที่บ้านหนองนกเขา  ต.ไพรนกยูง  อ.หันคา จ.ชัยนาท 
โตที่ตำบลบ่อสุพรรณ อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี  ครอบครัวมีอาชีพ
รับจ้างทำไร่อ้อย เกิดในครอบครัวยากจน เป็นลูกคนที่ 5 ของบ้านในจำนวน
12 คน  ครอบครัวของเธอจัดอยู่ในขั้นที่ยากจนมาก เธอเรียนที่โรงเรียนบ้าน
ดอนตำลึง แต่ด้วยความที่เธอมีน้องอีก 6 คน ประกอบกับค่านิยมของแม่นั้น 
เห็นว่าผู้หญิงไม่จำเป็นต้องเรียนมาก เธอไม่จบแม้แต่ชั้น ป.2 ในวัยเด็กพอ
น้องหลับหมด เธอไปหาของขาย เก็บผัก หาดอกไม้ป่า หาบไปขายตามโรงงาน

             ‘รำพึง’ ชื่นชอบการร้องเพลงลูกทุ่งตั้งแต่เด็ก ถึงแม้ว่าเธอจะอ่านหนังสือ
ไม่ออกแต่ก็มีความจำดีเยี่ยม เธอเริ่มหัดร้องเพลงและเข้าประกวดตามงานต่าง ๆ 
ตั้งแต่อายุ 8 ปี โดยใช้ชื่อว่า 'น้ำผึ้ง ณ ไร่อ้อย' เธอเข้าประกวดล่ารางวัลไปทั่ว 
ตั้งแต่อำเภอศรีประจันต์ บางปลาม้า แล้วข้ามจังหวัดไปถึงอำเภอเสนา ผักไห่ 
มหาราช วิเศษชัยชาญ บ้านแพรก หนองโดน พระพุทธบาท สระบุรี  ด้วยเหตุนี้
หลังๆคนที่เข้าประกวดจึงมีการแบนเธอเกิดขึ้น ถึงขนาดว่าจะไม่ยอมขึ้นประกวด
ถ้า ‘น้ำผึ้ง ณ ไร่อ้อย’ ขึ้นแข่งด้วย เพราะแข่งไปก็ไม่ชนะ

             ในปี 2518 เมื่ออายุได้ 15 ปี ‘ไวพจน์ เพชรสุพรรณ ’นำวงดนตรีมา
แสดงที่วัดทับกระดาน เธอได้ร่วมร้องเพลงและแสดงความสามารถจน‘ไวพจน์’
เห็นความสามารถ เกิดความเมตตา จึงรับเป็นบุตรบุญธรรมและพาไปอยู่
กรุงเทพฯ เริ่มต้นอาชีพด้วยการเป็นหางเครื่องและนักร้องพลางๆ ก่อนที่‘ไวพจน์’ 
จะแต่งเพลงและอัดแผ่นเสียงชุดแรกให้ ชื่อเพลง ‘แก้วรอพี่ ’เพลงแต่งแก้กับ
เพลง “แก้วจ๋า” โดยใช้ชื่อในการร้องเพลงว่า ‘น้ำผึ้ง เมืองสุพรรณ’ ซึ่งจากการ
อยู่ในวงดนตรี‘ไวพจน์ เพชรสุพรรณ’ ทำให้เธอสนิทสนมกับ‘ธีระพล แสนสุข ’ 
และพัฒนาเป็นคู่รัก ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ต้องแยกออกจากวงดนตรีไวพจน์ 
เพชรสุพรรณ มาเริ่มงานกับ‘ศรเพชร ศรสุพรรณ’ โดยทำงานเป็นทั้งหางเครื่อง
และนักร้องในวง จากนั้นย้ายมาอยู่กับ‘ขวัญชัย เพชรร้อยเอ็ด’

           ในปี 2519 ครูเพลงลูกทุ่งชื่อดัง ‘มนต์ เมืองเหนือ’ รับเป็นลูกศิษย์ และ
เปลี่ยนชื่อจาก‘น้ำผึ้ง เมืองสุพรรณ’เป็น “พุ่มพวง ดวงจันทร์” โดยคนที่ตั้งชื่อนี้
ให้ก็คือ‘ มนต์ เมืองเหนือ’ นั่นเอง  และได้บันทึกเสียงจากการแต่งของ
‘ก้อง กาจกำแหง’ ร้องแก้‘ขวัญชัย’ เพลงนั้นคือ “รักไม่อันตรายและรำพึง” 
และตั้งวงดนตรีเป็นของตนเอง โดยการสนับสนุนของ‘คารม คมคาย’ นักจัด
รายการวิทยุ แต่ไม่ประสบความสำเร็จ

            ผลงานของ‘พุ่มพวง ดวงจันทร์’เริ่มประสบความสำเร็จในเวลาต่อมา 
หลังจากได้รับการสนับสนุนจาก‘ประจวบ จำปาทอง’และ‘ปรีชา อัศวฤกษ์นันท์’
ให้ตั้งวงร่วมกับ‘เสรี รุ่งสว่าง’ ในชื่อวง เสรี-พุ่มพวง จากจุดนี้ก็ได้รับความสำเร็จขึ้น

            ปี 2521 ‘พุ่มพวง’ได้รับรางวัลพระราชทานเสาอากาศทองคำพระราชทาน
จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารีจากเพลง “อกสาวเหนือสะอื้น” 
นอกจากนี้ยังได้เป็นผู้ร้องเพลง “ส้มตำ” เพลงพระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระเทพ
รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

           ‘พุ่มพวง ดวงจันทร์’ เข้ามาอยู่สังกัดอโซน่า โปรโมชั่น ในปี 2525 ผลงาน
ในระหว่างปี 2525-2535 ของเธอมีมากมายอย่าง เช่น จะให้รอ พ.ศ.ไหน(2525), 
นัดพบหน้าอำเภอ (2526)

            แล้วในปี 2527 คนจะดังเสียอย่าง ฉุดยังไงก็ไม่อยู่   ชื่อเสียงของ
'พุ่มพวง'ดังเป็นพลุแตก เมื่อบังเอิญได้ร้องเพลง‘สาวนาสั่งแฟน’ ของครูลพ บุรีรัตน์
ซึ่งเพลงนี้ความจริง‘ครูลพ’ แต่งให้กับ‘ศิรินทรา นิยากร’ แต่ในช่วงการคัดเลือก
เพลงทางอโซน่าต้นสังกัด หยิบเพลงนี้ออกมาให้‘พุ่มพวง’ร้อง เพลงนี้ได้รับ
ความนิยมสูงสุดโดยเฉพาะท่อนที่ร้องว่า “ซื้อผ้าตาๆ มาฝากน้องบ้างเน้อ… เออ…” 
จะมีคนฟังร้องรับทุกครั้ง

           ส่วนเพลงอื่นๆ เช่น ทิ้งนาลืมทุ่ง (2527), คนดังลืมหลังควาย (2528). 
อื้อฮื้อ ! หล่อจัง (2528), ห่างหน่อย – ถอยนิด (2529) ,ชั่วเจ็ดที-ดีเจ็ดหน
(2529), เรื่องของสัตว์โลก (2529) และ คิดถึงน้องบ้างนะ (2530) 
ซึ่ง 3 ชุดหลังเป็นชุดที่ออกหลังจากที่‘พุ่มพวง’ออกจากค่ายอโซน่า โปรโมชั่นแล้ว

           ต่อมาย้ายมาอยู่กับพีดี โปรโมชั่น และ ซีบีเอส เร็คคอร์ด (ประเทศไทย)
และอาจารย์ไพจิตร ศุภวารี ได้เปลี่ยนภาพลักษณ์‘พุ่มพวง’ให้เข้ากระแสนิยมของ
เพลงสตริงในยุคนั้น แต่ก็ไม่ได้รับการยอมรับของนักฟังเพลงลูกทุ่ง จึงได้ย้ายไป
ทำงานร่วมกับท็อปไลน์มิวสิค มีผลงานเพลงที่ได้รับความนิยมมากมาย ผลงาน
ที่ได้รับความนิยม อย่างเช่น ชุดตั๊กแตนผูกโบว์, กล่อม และ‘ ทีเด็ดพุ่มพวง’

          ผลงานกับค่ายท็อปไลน์มิวสิคอื่น ๆ เช่น หนูไม่รู้, หนูไม่เอา, 
พี่ไปดู หนูไปด้วย และนำผลงานเก่ามามิกซ์รวมกัน เช่น พุ่มพวงหลาย พ.ศ. 
(ตลับทอง และตลับเพชร), ขอให้รวย, น้ำผึ้งเดือนห้า, ซูเปอร์ฮิต 1 และ 2 

         จากนั้น ‘พุ่มพวง’ เริ่มรับจ้างทำงานให้กับอาร์เอส โปรโมชั่น เมโทรเทป
และแผ่นเสียงและแฟนตาซี ไฮคลาส  สำหรับผลงานกับค่ายอาร์เอส เช่น ลูกทุ่ง
ท็อปฮิตมาตรฐาน เป็นผลงานอัลบั้มที่เธอนำเพลงดังของศิลปินลูกทุ่งดังในอดีต
มาร้องใหม่ นอกจากนี้ยังมีค่ายเมโทรฯ ที่ได้ลิขสิทธิ์งานเพลงชุด “ส่วนเกิน”

         การที่จะก้าวขึ้นสู่‘บัลลังก์ราชินีลูกทุ่ง’นั้น แค่‘พรสววรรค์’และน้ำเสียงอย่าง
เดียวไม่พอ ส่วนประกอบอื่นๆก็สำคัญไม่แพ้กัน ‘พุ่มพวง ดวงจันทร์’ ได้ชื่อว่าเป็น
ที่สุดของวงการลูกทุ่งบุกเบิก เพราะว่าเธอลงทุนไปดูโชว์ถึง ลาสเวกัส ประเทศ
สหรัฐอเมริกา, ซื้อมิวสิควิดีโอนักร้องต่างชาติมาดู แล้วก็เก็บเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย
มาพัฒนาต่อยอดจนทำให้เวทีคอนเสิร์ตของเธอมีสีสันต่างจากศิลปินลูกทุ่งรุ่น
เดียวกันอย่างสิ้นเชิง ทั้งลีลาแดนเซอร์ เสื้อผ้าการแต่งกายทั้งของเธอเองและ
ของแดนเซอร์ ซึ่งก็เรียกเสียงฮือฮาได้ทุกครั้งที่ปรากฏตัวบนเวที

          นอกจากนี้ ‘พุ่มพวง ดวงจันทร์’ ยังยกระดับเพลงลูกทุ่งโดย'พุ่มพวง'นับ
เป็นนักร้องลูกทุ่งคนแรก ที่ทำให้ช่องว่างระหว่างเพลงของคนเมืองและคน
ชนบทเข้ามาใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น เมื่อ ‘พุ่มพวง’ สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการ
ขึ้นเวทีใหญ่ร้องเพลงที่โรงแรมดุสิตธานีในการแสดงดนตรีการกุศล “พุ่มพวง 
ดวงจันทร์ อินคอนเสิร์ต” ท่ามกลางกลุ่มคนชั้นสูงทั้งหลาย ซึ่งในสมัยนั้นเวที
โรงแรมดุสิตธานีเป็นเวทีที่มักจะจัดคอนเสิร์ตเพื่อให้เหล่าชนชั้นสูงมาดูกัน 

         งานภาพยนตร์ - ‘พุ่มพวง’เข้าสู่วงการภาพยนตร์ในปี พ.ศ. 2526 และ
แสดงหนังเรื่องแรก‘ สงครามเพลง’ สร้างโดยฉลอง ภักดีวิจิตร และอีกหลายเรื่อง
ในช่วงที่แสดงภาพยนตร์เรื่อง‘ มนต์รักนักเพลง’ ได้พบกับ ‘ไกรสร แสงอนันต์’ 
และได้จดทะเบียนสมรสกันในเวลาต่อมา

         ผลงานการแสดงของเธอในฐานะนางเอก เช่น สงครามเพลง, รอยไม้เรียว,
ผ่าโลกบันเทิง, นักร้อง นักเลง, นางสาวกะทิสด, มนต์รักนักเพลง, ลูกสาวคนใหม่,
อีแต๋น ไอเลิฟยู, หลงเสียงนาง, จงอางผงาด, ขอโทษทีที่รัก, คุณนาย ป.4, 
อาจารย์เด๋อเจอพุ่มพวง, สาวนาสั่งแฟน, เสน่ห์นักร้อง, นางสาวยี่ส่าย 
ซึ่งเป็นภาพยนตร์โทรทัศน์

        12 ก.ย. ปี 2532 ‘พุ่มพวง’ ได้รับรางวัลพระราชทานจากสมเด็จพระเทพ
รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีอีกครั้ง ในสาขารางวัลขับร้องเพลงดีเด่นกับ
เพลง “สยามเมืองยิ้ม” ประพันธ์โดยครูลพ บุรีรัตน์

        ในปี 2535 เริ่มปรากฏข่าวว่าเธอป่วย เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลตากสิน
จันทบุรี และย้ายไปที่โรงพยาบาลศิริราช แพทย์ตรวจพบว่าเธอป่วยด้วย
‘โรคเอสแอลอี’หรือ‘โรคแพ้ภูมิตัวเอง’ อาการขั้นรุนแรง ลุกลามถึงไต  

        13 มิ.ย. 2535  มีการนำตัว ‘พุ่มพวง’ออกจากโรงพยาบาลศิริราชเพื่อ
ไปรักษาด้วยวิธีทางไสยศาสตร์  ไปจังหวัดพิษณุโลกโดยเดินทางด้วยรถตู้ 
แต่หลังจากกราบไหว้พระพุทธชินราช เมื่อเวลาประมาณ 13.00 น. ก็เกิด
อาการช็อกและหมดสติ ญาตินำส่งโรงพยาบาลพุทธชินราช และ
เสียชีวิตอย่างสงบเมื่อเวลา 20.55 น.

      หลังจาก "พุ่มพวง" จากไปแล้ว ญาติๆ และแฟนเพลง ยังนึกถึง 
"พุ่มพวง" อยู่เสมอ จึงจัดสร้าง'หุ่นพุ่มพวง' ไว้ที่วัดทับกระดาน อำเภอสองพี่น้อง
จังหวัดสุพรรณบุรี และมีการจัดงานรำลึกถึงพุ่มพวง 
ช่วงวันที่ 13-15 มิ.ย.ของทุกปี

ที่มา : http://www.komchadluek.net




Please login for write message

วิธีการสั่งซื้อสินค้า